อาการท้องผํกเป็นแย่างไร

Last updated: Oct 21, 2018  |  1002 จำนวนผู้เข้าชม  |  บทความ

อาการท้องผํกเป็นแย่างไร

อาการท้องผูก เป็นอย่างไร ??

อาการท้องผูกมักเกิดจากอุจจาระแห้ง ซึ่งทำให้ยากต่อการขับถ่าย และรู้สึกเหมือนคุณไม่สามารถถ่ายอุจจาระให้สุดได้

อาการท้องผูกซึ่งเกิดขึ้นเมื่ออาหารที่ย่อยแล้วใช้เวลานานเกินไปอยู่ในลำไส้ สามารถเกิดจากหลากหลายปัจจัย ซึ่งสาเหตุของท้องผูกที่พบได้บ่อย ได้แก่
อาการท้องผูก เป็นอย่างไร ??

อาการท้องผูกมักเกิดจากอุจจาระแห้ง ซึ่งทำให้ยากต่อการขับถ่าย และรู้สึกเหมือนคุณไม่สามารถถ่ายอุจจาระให้สุดได้

อาการท้องผูกซึ่งเกิดขึ้นเมื่ออาหารที่ย่อยแล้วใช้เวลานานเกินไปอยู่ในลำไส้ สามารถเกิดจากหลากหลายปัจจัย ซึ่งสาเหตุของท้องผูกที่พบได้บ่อย ได้แก่

- รับประทานอาหารกากใยน้อย
- ปัญหาในระบบทางเดินอาหาร เช่น โรคลำไส้แปรปรวน เนื้องอกอุดตันลำไส้ และโรคแพ้กลูเตนการเดินทางและการเปลี่ยนแปลงกิจวัตรประจำวัน
- ใช้ยาระบายและยาสวนถ่ายบ่อยๆ
- ยาชนิดต่างๆ

แต่ไม่ว่าจะเกิดจากสาเหตุใดก็ตาม อาการท้องผูกมักจะมาด้วยอาการและอาการแสดงที่พบได้บ่อยแบบเดียวกัน

อาการและอาการแสดง
ไม่มีจำนวนที่ถูกต้องจริงๆ สำหรับการขับถ่ายที่คุณควรมีในหนึ่งวันหรือหนึ่งสัปดาห์ มันแตกต่างกันไปในแต่ละคน หากคุณมีการขับถ่ายตั้งแต่ 3 ครั้งต่อสัปดาห์ ไปจนถึง 3 ครั้งต่อวัน ถือว่าอยู่ในช่วงที่มีสุขภาพดี อย่างไรก็ตาม โดยส่วนใหญ่ จะเรียกว่า คุณมีอาการท้องผูกเมื่อคุณมีการขับถ่ายน้อยกว่า 3 ครั้งต่อสัปดาห์

อาการและอาการแสดงอื่นๆของการท้องผูก ได้แก่
- มีอุจจาระแห้ง แข็ง เป็นก้อน ยากแก่การขับถ่าย
- ต้องใช้แรงมากในการเบ่งถ่าย
- รู้สึกว่าคุณยังต้องการถ่ายอีกหลังจากได้ถ่ายไปแล้ว (เหมือนกับว่าคุณไม่สามารถถ่ายออกมาให้หมดได้)
- รู้สึกว่ามีอะไรมาจุกหรืออุดกั้นบริเวณลำไส้หรือไส้ตรง
- ปวดท้องหรือท้องอืด
- เบื่ออาหาร
- มีความเซื่องซึมหรือเฉื่อยชา

ตรงกันข้ามกับความเชื่อทั่วไปที่ว่า การที่ร่างกายไม่สามารถดูดซึมของเสียที่ดักจับได้ จะทำให้เกิดอันตรายอย่างยิ่งต่อสุขภาพโดยรวมของคุณได้ ความจริงแล้ว ท้องผูกมักจะทำให้เกิดความรำคาญมากกว่าจะเป็นอันตรายร้ายแรง แต่การท้องผูกแบบเรื้อรัง (เป็นระยะยาว) สามารถนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนบางอย่างได้ ได้แก่ ริดสีดวงทวาร การฉีกขาดของผิวหนังรอบๆรูทวาร (Anal Fissure) และลำไส้ปลิ้น (ภาวะที่ส่วนชองไส้ตรงติดออกมาอยู่นอกรูทวาร)

ท้องผูกกับอาการปวดหลัง
ไม่บ่อยนักที่ท้องผูกกับอาการปวดหลังจะเกิดขึ้นพร้อมๆ กัน ในบางกรณี ท้องผูกอาจเป็นผลโดยอ้อมจากการปวดหลัง นั่นคือ คุณสามารถท้องผูกได้หลังรับประทานยาแก้ปวดบางชนิด โดยเฉพาะยากลุ่มที่เป็นสารสกัดจากฝิ่น และในกรณีอื่นๆ ท้องผูกและอาการปวดหลังอาจจะเป็นอาการของปัญหาสุขภาพอย่างอื่น ตัวอย่างเช่น โรคลำไส้แปรปรวน สามารถทำให้เกิดทั้งท้องผูกและปวดหลังได้ ถึงแม้ว่าสองอาการนี้จะไม่เกี่ยวข้องกันโดยตรงก็ตาม

อาการปวดหลังก็ยังสามารถเกิดมาจากการอัดแน่นของอุจจาระ (Fecal Impaction) ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนอย่างหนึ่งของท้องผูกเรื้อรัง สภาวะนี้เกิดขึ้นเมื่ออุจจาระก้อนใหญ่ที่แห้งและแข็งติดอยู่ในไส้ตรงและคุณไม่สามารถขับถ่ายออกมาได้ โดย ภาวะอุจจาระอัดแน่น (Fecal Impaction) เกิดขึ้นได้บ่อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณท้องผูกมาเป็นเวลานานๆ และรับประทานยาระบายบ่อยๆ ร่างกายของคุณจะชินกับยา และ 'ลืม' วิธีการขับถ่ายอุจจาระตามธรรมชาติเมื่อคุณหยุดใช้ยาระบาย

หากคุณมีภาวะอุจจาระอัดแน่น (Fecal Impaction) อุจจาระที่แข็งอาจจะกดลงบนเส้นประสาทไขสันหลังบริเวณกระเบนเหน็บ (Sacral Nerves) ที่หลังส่วนล่าง ส่งผลให้มีอาการปวดหลังได้ อาการปวดหลังนี้จะยังคงอยู่จนกว่าสาเหตุ ซึ่งก็คือภาวะอุจจาระอัดแน่นจะถูกขจัดออกไป โดยแพทย์จะใช้นิ้วมือสอดผ่านรูทวารเข้าไปบริเวณไส้ตรง เพื่อล้วงเอาอุจจาระที่แข็งออกทางทวารหนัก

Cr.honestdocs
- รับประทานอาหารกากใยน้อย
- ปัญหาในระบบทางเดินอาหาร เช่น โรคลำไส้แปรปรวน เนื้องอกอุดตันลำไส้ และโรคแพ้กลูเตนการเดินทางและการเปลี่ยนแปลงกิจวัตรประจำวัน
- ใช้ยาระบายและยาสวนถ่ายบ่อยๆ
- ยาชนิดต่างๆ

แต่ไม่ว่าจะเกิดจากสาเหตุใดก็ตาม อาการท้องผูกมักจะมาด้วยอาการและอาการแสดงที่พบได้บ่อยแบบเดียวกัน

อาการและอาการแสดง
ไม่มีจำนวนที่ถูกต้องจริงๆ สำหรับการขับถ่ายที่คุณควรมีในหนึ่งวันหรือหนึ่งสัปดาห์ มันแตกต่างกันไปในแต่ละคน หากคุณมีการขับถ่ายตั้งแต่ 3 ครั้งต่อสัปดาห์ ไปจนถึง 3 ครั้งต่อวัน ถือว่าอยู่ในช่วงที่มีสุขภาพดี อย่างไรก็ตาม โดยส่วนใหญ่ จะเรียกว่า คุณมีอาการท้องผูกเมื่อคุณมีการขับถ่ายน้อยกว่า 3 ครั้งต่อสัปดาห์

อาการและอาการแสดงอื่นๆของการท้องผูก ได้แก่
- มีอุจจาระแห้ง แข็ง เป็นก้อน ยากแก่การขับถ่าย
- ต้องใช้แรงมากในการเบ่งถ่าย
- รู้สึกว่าคุณยังต้องการถ่ายอีกหลังจากได้ถ่ายไปแล้ว (เหมือนกับว่าคุณไม่สามารถถ่ายออกมาให้หมดได้)
- รู้สึกว่ามีอะไรมาจุกหรืออุดกั้นบริเวณลำไส้หรือไส้ตรง
- ปวดท้องหรือท้องอืด
- เบื่ออาหาร
- มีความเซื่องซึมหรือเฉื่อยชา

ตรงกันข้ามกับความเชื่อทั่วไปที่ว่า การที่ร่างกายไม่สามารถดูดซึมของเสียที่ดักจับได้ จะทำให้เกิดอันตรายอย่างยิ่งต่อสุขภาพโดยรวมของคุณได้ ความจริงแล้ว ท้องผูกมักจะทำให้เกิดความรำคาญมากกว่าจะเป็นอันตรายร้ายแรง แต่การท้องผูกแบบเรื้อรัง (เป็นระยะยาว) สามารถนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนบางอย่างได้ ได้แก่ ริดสีดวงทวาร การฉีกขาดของผิวหนังรอบๆรูทวาร (Anal Fissure) และลำไส้ปลิ้น (ภาวะที่ส่วนชองไส้ตรงติดออกมาอยู่นอกรูทวาร)

ท้องผูกกับอาการปวดหลัง
ไม่บ่อยนักที่ท้องผูกกับอาการปวดหลังจะเกิดขึ้นพร้อมๆ กัน ในบางกรณี ท้องผูกอาจเป็นผลโดยอ้อมจากการปวดหลัง นั่นคือ คุณสามารถท้องผูกได้หลังรับประทานยาแก้ปวดบางชนิด โดยเฉพาะยากลุ่มที่เป็นสารสกัดจากฝิ่น และในกรณีอื่นๆ ท้องผูกและอาการปวดหลังอาจจะเป็นอาการของปัญหาสุขภาพอย่างอื่น ตัวอย่างเช่น โรคลำไส้แปรปรวน สามารถทำให้เกิดทั้งท้องผูกและปวดหลังได้ ถึงแม้ว่าสองอาการนี้จะไม่เกี่ยวข้องกันโดยตรงก็ตาม

อาการปวดหลังก็ยังสามารถเกิดมาจากการอัดแน่นของอุจจาระ (Fecal Impaction) ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนอย่างหนึ่งของท้องผูกเรื้อรัง สภาวะนี้เกิดขึ้นเมื่ออุจจาระก้อนใหญ่ที่แห้งและแข็งติดอยู่ในไส้ตรงและคุณไม่สามารถขับถ่ายออกมาได้ โดย ภาวะอุจจาระอัดแน่น (Fecal Impaction) เกิดขึ้นได้บ่อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณท้องผูกมาเป็นเวลานานๆ และรับประทานยาระบายบ่อยๆ ร่างกายของคุณจะชินกับยา และ 'ลืม' วิธีการขับถ่ายอุจจาระตามธรรมชาติเมื่อคุณหยุดใช้ยาระบาย

หากคุณมีภาวะอุจจาระอัดแน่น (Fecal Impaction) อุจจาระที่แข็งอาจจะกดลงบนเส้นประสาทไขสันหลังบริเวณกระเบนเหน็บ (Sacral Nerves) ที่หลังส่วนล่าง ส่งผลให้มีอาการปวดหลังได้ อาการปวดหลังนี้จะยังคงอยู่จนกว่าสาเหตุ ซึ่งก็คือภาวะอุจจาระอัดแน่นจะถูกขจัดออกไป โดยแพทย์จะใช้นิ้วมือสอดผ่านรูทวารเข้าไปบริเวณไส้ตรง เพื่อล้วงเอาอุจจาระที่แข็งออกทางทวารหนัก

Cr.honestdocs

Powered by MakeWebEasy.com